โรงเรียนวัดบางใบไม้

หมู่ที่ 3 บ้านบางใบไม้ ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-292890

สูตรอาหาร และใส้เกี๊ยวที่นิยมในเทศกาลต่างๆสามารถทำเองได้ง่ายๆ

สูตรอาหาร จริงๆแล้วการกินเกี๊ยวในเทศกาล ก็สอดคล้องกับหลักการรักษาสุขภาพเช่นกัน ช่วงปลายฤดูนี้อากาศจะหนาวเย็น และการบริโภคทางร่างกายของผู้คนโดยทั่วไปก็เพิ่มขึ้น มีความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อทาน อาหารเสริมในเวลานี้

การกินเกี๊ยวนึ่งมันสามารถอุ่นท้องและเสริมสารอาหาร และใช้เวลาในฤดูหนาวที่หนาวเย็นได้อย่างสบาย เทศกาลนี้เป็นประเพณีกินเกี๊ยวแบบโบราณ อย่าพลาดไส้มงคลซึ่งหมายถึงการกลับมาพบกันอีกครั้ง และสุขภาพที่ดี นี่คือสูตรใส้เกี๊ยวส่วนผสมที่เลือกเป็นส่วนผสมตามฤดูกาลทั้งหมด

สูตรอาหาร

ซึ่งในหลายพื้นที่ในเทศกาลต่างๆ ลูกสาวที่แต่งงานแล้วต้องกลับไปหาครอบครัว นอกจากนี้เกี๊ยวหนึ่งมื้อยังขาดไม่ได้สำหรับการรวมตัวของครอบครัวอีกด้วย และยังมีคำกล่าว การรับประทานเกี๊ยวซ่าในเทศกาลเพื่อที่จะได้กินสิ่งเลวร้ายเข้าไปจะปลอดภัยและราบรื่นสำหรับครอบครัวตลอดทั้งปี

หัวไชเท้าขาว หัวไชเท้าสีขาวเริ่มออกสู่ตลาดอีกครั้งฤดูหนาวกินหัวไชเท้ากับโสม หัวไชเท้าขาวสามารถเสิร์ฟเย็น ทอด กิน ดอง กิน และทำซุป จริงๆแล้วการทำเกี๊ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทานคู่กับเนื้อแกะ เนื้อสัตว์ 1 ชนิดและผัก 1 ชนิดช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการของกันและกัน

ขณะเดียวกันกลิ่นหอมของหัวไชเท้า ยังช่วยลดกลิ่นและความมันของเนื้อแกะได้อีกด้วย ดังนั้นการกินหัวไชเท้าจึงหมายถึงความโชคดีและความโชคดีจะมา เมนูนี้คือไส้หัวไชเท้าและเนื้อแกะ มีส่วนผสมดังนี้ เนื้อแกะ 1 ตัว หัวไชเท้า 1 หัว น้ำพริกไทยในปริมาณที่เหมาะสม

หัวหอมและขิงในปริมาณที่เหมาะสม ซีอิ๊วขาว 2 ช้อน ซอสหอยนางรม 1 ช้อน น้ำมันไก่เล็กน้อย เกลือที่เหมาะสม น้ำมันปรุงสุกที่เหมาะสม ขั้นตอนแรกก่อนเตรียมไส้ ใส่ต้นหอม ขิง และพริกไทยลงในชามในปริมาณที่เหมาะสม แช่ในน้ำอุ่นนานกว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อทำน้ำพริก ใส่ไส้เนื้อแกะสับลงในหม้อ ใส่ต้นหอม ขิง

และน้ำพริกไทย ลงในไส้เนื้อ 2-3 ครั้ง แล้วคนให้เข้ากันจนซึม และคนจนไส้เนื้อนุ่ม ต่อมาล้างหัวไชเท้าให้สะอาด แกะหัวและหางออก ใช้ที่ขูดให้เป็นเส้น แล้วบีบเอาน้ำออกมา ใส่หัวไชเท้าหั่นฝอยบนเขียง สับต่อไป ใส่ในอ่าง เทน้ำมันที่สุกแล้ว

คนให้เข้ากันจุดประสงค์คือการล็อคน้ำในหัวไชเท้า ใส่ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม เกลือ และน้ำมันที่ปรุงแล้วลงในไส้เนื้อ จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วพักไว้นานกว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ไส้เนื้อมีรสชาติอร่อย สุดท้ายเทหัวไชเท้าลงในไส้เนื้อ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เตรียมไส้เกี๊ยว

ต่อมาเป็นรากบัว รากบัวเป็นผักตามฤดูกาลที่ทำการตลาดในปริมาณมากในฤดูกาลนี้ ให้รสที่กรอบ สดชื่น รากบัวมักใช้ทำซุปผักนั้นเหมาะมากสำหรับทำเกี๊ยวซ่าเคี้ยวกรุบกรอบยิ่งอร่อยยิ่งอร่อย โดยมีความหมายว่า เกิดสาวงาม นอกจากนี้ยังมีเมล็ดบัวจำนวนมากในรากบัว

ดังนั้นรากบัวจึงเป็นสัญลักษณ์ของเด็กจำนวนมากและพรมากมาย เมนูนี้คือไส้หมูรากบัว มีส่วนผสมดังนี้ หมู 400 กรัม รากบัว 300 กรัม หอมหัวใหญ่ 1 ชิ้น ซีอิ๊วขาวและซีอิ๊วดำอย่างละ 1 ช้อน เกลือปริมาณที่เหมาะสม ปริมาณน้ำมันปรุงอาหารที่เหมาะสม

วิธีการทำขั้นตอนแรกสับหมูให้เป็นเนื้อสับ ใส่ในชาม ใส่ต้นหอมและน้ำขิง ตีจนดูดซึม ทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อขจัดกลิ่นเนื้อ ใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสหอยนางรม เกลือ ลงไปในไส้เนื้อคนอีกครั้ง หมักไว้ครึ่งชั่วโมง ล้างรากบัว ลอกหนัง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นใส่น้ำมันข้าวโพดลงในหม้อ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดจนหอม พักไว้ให้เย็น

แล้วเทใส่ไส้เนื้อ ใส่รากบัวหั่นเต๋าลงในไส้เนื้อ ใส่ถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งในมือ ผสมรากบัวกับรากบัวหั่นเต๋า แค่นี้ก็สามารถนำไปทำไส้เกี๊ยวได้แล้ว และยังมีอาหารอีกหนึ่งเมนูสำหรับทานในเทศกลางต่างๆ เป็นผัดถั่วงอกหมู มีส่วนผสมดังนี้ ถั่วงอก 300 กรัม เนื้อสันในหมู 150 กรัม กระเทียม ขิง พริกแห้งในปริมาณที่เหมาะสม

ไวน์สำหรับ สูตรอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชในปริมาณปานกลาง น้ำส้มสายชูบัลซามิกหนึ่งช้อนโต๊ะ วิธีการทำสามารถทำได้ดังนี้ใส่ถั่วงอกลงในอ่างขนาดใหญ่ เติมน้ำที่สะอาดสำหรับล้างถั่วงอก เพื่อให้ผิวด้านนอกของถั่วงอกลอยขึ้นบนผิวน้ำได้ง่าย

แล้วลอกเปลือกออก ล้าง และเทน้ำทิ้งเพื่อใช้ในภายหลัง เตรียมเนื้อหมูสันในล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ชาม จากนั้นเติมไวน์สำหรับทำอาหาร เกลือ ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรม หยิบแล้วเติมน้ำมันปรุงอาหาร 1 ช้อนเพื่อหมัก เป็นเวลา 15 นาที หั่นต้นหอม หั่นขิง และพริกแห้ง

และถ้าไม่กินเผ็ดก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ แล้วหั่นเป็นท่อนๆ ไว้ใช้ทีหลัง เทน้ำมันพืชลงในหม้อ ใส่พริกไทยผัดให้หอม จากนั้นเอาพริกไทยออก ใส่ต้นหอม ขิง พริกแห้งผัดให้หอม ใส่ถั่วงอกลงในหม้อ ผัดเร็วๆ กับหมูแล้วผัดถั่วงอกให้แตก จากนั้นเติมเกลือในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อปรุงรส และสุดท้ายปรุงน้ำส้มสายชูเล็กน้อยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและเบาความมันจากนั้นปิดไฟแค่นี้ก็พร้อมที่จะนำไปให้เด็กๆ ทานได้แล้ว

อ่านต่อได้ที่>>>แรงจูงใจ การทดลองทางจิตวิทยาสาเหตุที่แรงจูงใจภายนอกไม่ได้ผลเสมอไป