โรงเรียนวัดบางใบไม้

หมู่ที่ 3 บ้านบางใบไม้ ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-292890

พาร์กินสัน การป้องกันและรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

พาร์กินสัน หรือที่เรียกว่า อัมพาตจากการสั่นสะเทือน เป็นหนึ่งในโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุด ด้วยการระบาดวิทยาพบว่า อัตราความชุกอยู่ที่ 15 ถึง 328 คนต่อประชากรแสนคน ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป อัตราอุบัติการณ์อยู่ที่ 10 ถึง 21 ต่อประชากร 100,000 คนต่อปี

พาร์กินสัน

สาเหตุและการเกิดโรคของยังไม่ชัดเจน เพราะอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางสังคม ปัจจัยด้านยา ปัจจัยของผู้ป่วยเป็นต้น การเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาคือ การเสื่อมสภาพของสมองส่วนกลาง ส่วนที่เล็กของสมองส่วนกลาง เซลล์ประสาท บริเวณเชื่อมต่อกับสมองส่วนอื่น การทำให้สีสมองส่วนกลางจางลง และการปรากฏตัวของร่างกายของภาวะสมองเสื่อม

การเปลี่ยนแปลงทางประสาทชีวเคมีของโรคพาร์กินสันคือ การสูญเสีย ทำให้เกิดการสูญเสียเซลล์ประสาท ทำให้โดพามีนลดลง ในส่วนที่กล่าวถึงข้างต้นและปลายประสาท อาการของโรคจะเกิดขึ้น เมื่อภาวะต่างๆ ลดลงมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และตัวรับ ซึ่งขัดขวางการทำงานของระบบร่างกาย เพราะค่อนข้างมีปฏิกิริยามากกว่าปกติ รวมถึงความไม่สมดุล

การบำบัดฟื้นฟูโรคพาร์กินสัน เป็นวิธีการรักษาที่จำเป็น สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันในการรักษาโรคระหว่างที่เจ็บป่วย เนื่องจากการออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง สามารถปรับปรุงความผิดปกติของการเคลื่อนไหวบางอย่าง ของผู้ป่วยพาร์กินสันได้ ผู้ป่วยไม่ควรต้องการการดูแลจากครอบครัว และออกกำลังกายมากขึ้นในชีวิต ควรพยายามทำงานต่อไป และปลูกฝังงานอดิเรกให้ดี

ยารักษาโรคพาร์กินสัน ในระหว่างการรักษาโรคพาร์กินสัน ผู้ป่วยจำนวนมากมักเลือกใช้ยาในการรักษา สาเหตุหลักมาจากการใช้ยา สามารถบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทัศนคติที่ดีและการปรับอารมณ์ ทำให้เรามั่นใจในโรคนี้สา มารถทานยาแก้ซึมเศร้าในบางครั้ง โภชนาการที่ดีเป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพ การดูแลผู้ป่วยที่บ้านในภายหลัง สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้

วิธีป้องกันโรคพาร์กินสัน จำเป็นต้องเพิ่มการป้องกันโรคพาร์กินสัน การปกป้องสิ่งแวดล้อมของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร ควรเสริมสร้างความเข้มแข็ง การปล่อยก๊าซที่เป็นอันตราย น้ำเสีย และสิ่งสกปรกควรลดลง ควรเสริมสร้างการคุ้มครองแรงงาน สำหรับคนงานที่เป็นอันตราย หลีกเลี่ยง หรือลดการสัมผัสกับสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาทของมนุษย์เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ แมงกานีส ปรอทเป็นต้น

ซึ่งเป็นปัจจัยทั้งหมดที่ทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคพาร์กินสัน ผู้ให้กำเนิดยีนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสารเคมีที่เป็นพิษ ควรถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด ควรตรวจร่างกายเป็นประจำ เสริมสร้างสุขศึกษา และใส่ใจการป้องกันตนเอง หากพบว่า ผู้สูงอายุมีอาการสั่นที่ต้นแขน มือสั่น เคลื่อนไหวช้า เมื่อมีอาการเริ่มแรกของโรคพาร์กินสัน ควรไปโรงพยาบาลให้ทันเวลา สำหรับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

พาร์กินสันเป็นโรคร้ายชนิดหนึ่งที่รักษายากกว่า ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้มากกว่า โดยทั่วไปแล้ว การป้องกันโรคพาร์กินสัน สามารถเสริมสร้างกีฬาและกิจกรรมทางจิตได้อย่างเหมาะสม ควรชะลอความเสื่อมของเนื้อเยื่อเส้นประสาทสมอง การป้องกันและรักษาภาวะหลอดเลือดในสมอง เป็นมาตรการพื้นฐานในการป้องกันโรคพาร์กินสัน อาจเกิดความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง ด้วยวิธีนี้จึงสามารถยับยั้งการเกิดโรคได้

อาหารบำบัดโรคพาร์กินสัน ซุปลำไย ส่วนผสมได้แก่ เนื้อลำไย 15 กรัมและเมล็ดอินทผลัมทอด วิธีการทำคือ ใส่เนื้อลำไยและเมล็ดอินทผลัมผัดลงในน้ำ ผัดเป็นน้ำผลไม้ จากนั้นเติมน้ำผึ้งขาวในปริมาณที่เหมาะสม แล้วนำมารับประทาน ควรทานวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น มีผลดีสำหรับผู้ที่ทุกข์ทรมานจากโรค พาร์กินสัน มา ที่เป็นโรคในเวลานาน รวมถึงผู้ที่ขาดเลือด

เปลือกส้มเขียวหวาน ส่วนผสมได้แก่ เปลือกส้มเขียวหวานแห้ง 5 กรัม อะโมมัมวิลโลซัม 10 กรัม พุทรา 15 กรัม ข้าวในปริมาณที่เหมาะสม วิธีการทำคือ ขั้นแรกต้มอะโมมัมวิลโลซัมเพื่อทำซุป จากนั้นใส่ข้าวและพุทราลงในโจ๊ก จากนั้นใส่เปลือกส้มเขียวหวาน คลุกเคล้าให้เข้ากันและนำมารับประทาน วิธีรับประทานคือ ให้ทานวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น

อ่านต่อได้ที่>>> ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตชนิดใดที่สามารถทำให้หัวใจแข็งแรง